23 วิธีลดเลือนรอยเหี่ยวย่น

old woman wrinkled

ถ้าคุณกำลังกังวลว่าผิวหน้าของคุณทำให้คุณรู้สึกแก่กว่าวัยล่ะก็ นี่คือ 23 วิธีที่จะช่วยกำจัดและลดริ้วรอยให้คุณ!

ไม่ว่าคุณจะเพิ่งอายุ 35 และเริ่มมีร่องรอยความแก่ให้เห็น หรือจะอายุ 55 จนซ่อนความแก่ไว้ไม่ไหวแล้ว แน่นอนว่าคุณต้องกำลังมองหาวิธีลดเลือนรอยเหี่ยวย่นอยู่

ในขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญก็กล่าวว่า หลายคนกำลังแพ้ในศึกหนักครั้งนี้ และไม่มีอะไรที่จะช่วยคงความเยาว์พวกเขาได้เลย

“ผู้หญิงหลายคนและผู้ชายเองก็รู้อยู่เต็มอกว่าสภาพผิวก็ต้องเป็นไปตามวัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ คุณมีสิทธิ์จะอยากดูเด็กแค่ไหนก็ได้” คุณหมอโรบิน อชินอฟกล่าว โดยคุณหมอเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังอยู่ที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแฮคเกนแซ็คในนิวเจอร์ซีย์ 

เพื่อช่วยให้ศึกนี้ของคุณง่ายขึ้น ทางเราประสานงานกับคุณหมออชินอฟและผู้เชี่ยวชาญอีกหลายท่านที่ทำงานด้านริ้วรอยเหี่ยวย่น สิ่งที่ตามมาก็คือ 23 วิธีที่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ามันสร้างความแตกต่างได้ แม้หลายๆ วิธีอาจจะบอกให้คุณไปพบแพทย์ผิวหนัง แต่ก็มีหลายวิธีที่คุณสามารถทำเองได้เช่นกัน

วิธีลดรอยเหี่ยวย่นที่คุณสามารถทำได้

  1. ระวังแสงแดด แสงแดดตัวร้ายเป็นตัวการอันดับหนึ่งที่ทำให้เกิดรอยย่นจากงานวิจัยมากมาย หนึ่งในงานวิจัยเหล่านั้นคือนำแฝดหลายคู่ที่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วมาทดลอง โดยศัลยแพทย์แดริค แอนเทลล์พบว่าผลกระทบของแสงอาทิตย์นั้นมากกว่าสิ่งที่ตกทอดกันมาในดีเอ็นเอเสียอีก แฝดคนที่ใช้เวลาอยู่ในร่มนั้นมีริ้วรอยน้อยกว่าแฝดคนที่ออกแดดเป็นประจำอย่างเห็นได้ชัด
  2. ทาครีมกันแดด ถ้าคุณจำเป็นต้องออกไปเจอแสงแดดจริงๆ สถาบันตัจวิทยาแห่งอเมริกาบอกว่าคุณควรทาครีมกันแดด มันจะช่วยปกป้องคุณจากมะเร็งผิวหนังและรอยเหี่ยวย่นในเวลาเดียวกัน 
  3. อย่าสูบบุหรี่ แม้หลายงานวิจัยยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่หลายๆ ชิ้นก็คอนเฟิร์มว่าการสูบบุหรี่ทำให้ผิวแก่ลงจริงๆ โดยการผลิตเอนไซม์ที่ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินแตกตัว ซึ่งทั้งสองอย่างที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผิว มีการทำวิจัยกับคู่แฝดที่โรงพยาบาลเซนท์โธมัสในลอนดอนซึ่งพบว่าแฝดคนที่สูบบุหรี่นั้นจะมีรอยเหี่ยวย่นมากกว่าและผิวบางกว่าแฝดที่ไม่ได้สูบบุหรี่ถึง 40%
  4. พักผ่อนให้เพียงพอ นิโคลัส เพอริโคน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากเยลล์กล่าวว่า เมื่อคุณนอนหลับไม่เพียงพอ ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนคอร์ติซอลมากเกินความจำเป็นซึ่งจะไปสลายเซลล์ผิว เพอริโคนกล่าวว่าให้พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อที่ร่างกายคุณจะได้หลั่งฮอร์โมนการเติบโตที่ช่วยให้ผิวคุณยังหนา ยืดหยุ่น และเสี่ยงที่จะเหี่ยวย่นน้อยลง
  5. นอนหงายหลัง สถาบันตัจวิทยาแห่งอเมริกาเตือนว่าการนอนบางท่าทำให้เกิดรอยย่น หรือคือการที่หน้าเราย่นเป็นรอยหมอนนั่นเอง การนอนตะแคงข้างช่วยเพิ่มรอยย่นบนแก้มและคาง และมันอาจจะไม่หายไปตอนคุณตื่นขึ้นมา! การนอนคว่ำหน้าจะทำให้คิ้วคุณขมวดตลอดเวลา เพราะฉะนั้น สถาบันตัจวิทยาแห่งอเมริกาแนะนำให้คุณนอนหงายหลังจะดีที่สุด 
  6. อย่าหยีตา หาแว่นใส่ซะ! สถาบันตัจวิทยาแห่งอเมริกากล่าวว่าหน้าที่เราทำประจำเช่นการหยีตาเพื่อจ้องอ่านอะไรบางอย่างทำให้กล้ามเนื้่อหน้าทำงานหนักเกินไป ก่อให้เกิดรอยย่นใต้ผิวหนัง และรอยย่นเหล่านี้ก็จะขึ้นมาเป็ยรอยย่นบนหน้าในที่สุด อีกอย่างที่สำคัญก็คือ ใส่แว่นกันแดด เพื่อช่วยปกป้องผิวหนังรอบๆ ดวงตาจากแสงแดด และยังช่วยให้คุณไม่ต้องหยีตาเวลาเจอแสงอีกด้วย
  7. กินปลาให้มากขึ้น โดยเฉพาะแซลมอน ไม่ใช่แค่เพราะว่าแซลมอนกับปลาน้ำจืดอื่นๆ เป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอดที่ช่วยเสริมสร้างผิวหนัง แต่มันยังเป็นแหล่งของกรดไขมันที่สำคัญอย่างโอเมก้า 3 เพอริโคนบอกเราว่ากรดไขมันที่จำเป็นช่วยบำรุงผิวและทำให้มันนุ่มนวลและอ่อนเยาว์ ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นไปโดยปริยาย 
  8. กินถั่วเหลืองให้มากขึ้น แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการทดลองกับสัตว์ แต่การวิจัยก็ช่วยบอกเราได้ว่าคุณสมบัติบางอย่างของถั่วเหลืองนั้นช่วยปกป้องและเยียวยาผลกระทบจากแสงและยูวี หนึ่งในการทดลองล่าสุดกับมนุษย์ที่ตีพิมพ์ในวารสาร European Journal of Nutrition ผู้ทำวิจัยพบว่าการเพิ่มสารอาหารจากถั่วเหลือง (รวมทั้งโปรตีนจากปลาและสารสกัดจากชาขาว เมล็ดองุ่น มะเขือเทศ และวิตามินอีกหลายอย่าง) ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างของผิวและความเฟิร์มหลังจากใช้ไปได้ 6 เดือน
  9. เปลี่ยนจากกาแฟมาเป็นโกโก้ ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Nutrition ปี 2006 ผู้วิจัยพบว่าโกโก้นั้นมีสารประกอบฟลาโวนอลสองอย่างด้วยกัน (epicatchin และ catechin) ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิว ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นของผิว ทำให้ผิวดูนุ่มนวลน่าสัมผัส 
  10. กินผักและผลไม้ให้มากขึ้น คุณหมอเคราส์บอกว่าหัวใจหลักคือสารประกอบแอนติออกซิแดนท์ สารพวกนี้จะช่วยต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดจากโมเลกุลที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ ซึ่งมันก็จะช่วยทำให้ผิวดูเด็กและเปล่งปลั่ง แถมยังช่วยปกป้องเราจากการทำลายผิวหนังด้วย
  11. ใช้มอยซ์เจอไรซ์เซอร์ คุณหมออชินอฟกล่าวว่า “โดยเฉพาะผู้หญิงเนี่ยมักมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับผลิตภัณฑ์ชะลอวัยจนลืมนึกถึงของง่ายๆ อย่างมอยซ์เจอไรเซอร์ ผิวที่ชุ่มชื้นมักจะดูดีกว่าอยู่แล้ว แถมยังทำให้รอยเหี่ยวรอยย่นดูจางลงอีกด้วย”
  12. ห้ามล้างหน้าบ่อยเกินไป! ตามที่แพทย์ผิวหนังของศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์กล่าวไว้ น้ำประปาจะเข้าไปล้างน้ำมันที่ผิวหน้าของเราผลิตตามธรรมชาติจนหมดและยังชะล้างความชุ่มชื้นที่ช่วยต่อกรกับรอยเหี่ยวย่นด้วย ยิ่งล้างหน้าบ่อยยิ่งเหมือนล้างเกราะป้องกันทิ้งไป ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าสบู่ของคุณไม่ได้มีส่วนผสมของมอยซ์เจอไรซ์เซอร์ คุณก็ควรใช้คลีนเซอร์แทน
อาหาร เฮลตี้ ผัก ผลไม้

การลดเลือนริ้วรอยเฉพาะจุด

งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าส่วนประกอบเหล่านี้สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ โดยส่วนใหญ่แล้วจะพบในสกิินแคร์หลากหลาย ทั้งแบบที่แพทย์สั่งหรือหาซื้อได้เอง

  1. Alpha-hydroxy acids (AHAs). กรดผลไม้ธรรมชาติตัวนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และช่วยลดเลือนรอยเหี่ยวย่นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะรอบๆ ดวงตา มีหลักฐานประกอบการวิจัยใหม่ออกมาว่ายิ่ง AHAs มีความเข้มข้น มันจะช่วยกระตุ้นให้ผิวผลิตคอลลาเจน
  2. Retinoids (รวมถึง Retin A). สารประกอบเดียวที่ได้รับรองมาตรฐานจากกรมอาหารและยาว่าช่วยรักษาริ้วรอยได้จริงคือ tretinoin หรือที่รู้จักกันในชื่อ Retin A คุณหมออชินอฟบอกว่ายาตัวนี้จะสามารถช่วยลดริ้วรอยเล็กและใหญ่ แถมยังช่วยรักษาความเสียหายจากแสงแดดด้วย เรตินอลเป็นวิตามินเอจากธรรมชาติที่พบเจอได้ในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ทั่วไป งานวิจัยพบว่าในสูตรและความเข้มข้นที่เหมาะสม มันอาจจะใช้ได้ผลพอๆ กับ Retin A เลย โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงอย่างผิวไหม้หรือระคายเคือง
  3. วิตามินซี งานวิจัยที่มหาวิทยาลัยทูเลนในหลายๆ มหาวิทยาลัยพบว่าวิตามินซีช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน ป้องกันผิวจากรังสี UVA และ UVB ปรับสีผิว และลดอาการอักเสบ อย่างไรก็ตาม ประเด็นอยู่ที่ว่าใช้วิตามินซีประเภทไหน จนถึงปัจจุบันนี้ งานวิจัยส่วนใหญ่พุ่งไปที่กรด L-ascorbic acid ว่าสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยได้อย่างเห็นประสิทธิผลมากที่สุด
  4. Idebenone เจ้าสารที่ใกล้เคียงกับ coenzyme Q10 (CoQ10) ตัวนี้เป็นแอนติออกซิแดนท์ที่ออกฤทธิ์แรงมาก ในงานวิจัยชิ้นล่าสุดในวารสาร Journal of Dermatology แพทย์หลายคนพบว่าการใช้เฉพาะจุดแค่ 6 สัปดาห์ก็ช่วยลดความหรายกร้านของผิวและความแห้งของผิวลงไปได้ถึง 26% เพิ่มความชุ่มชื้นมากถึง 37% ลดเลือนริ้วรอยไปได้ 29% และโดยรวมได้รักษาความเสียหายจากแสงแดดได้ถึง 33% งานวิจัยชิ้นอื่นๆ ก็ผลออกมาคล้ายๆ กัน
  5. Growth factors ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อการเยียวยาต่างๆ ในร่างกายตามธรรมชาติอยู่แล้ว งานวิจัยพบว่าเมื่อนำมาทาเฉพาะจุดสามารถใช้ลดเลือนริ้วรอยและลดความเสียหายจากแสงแดดได้จริง แถมยังช่วยเรื่องการผลิตคอลลาเจนด้วย
  6. Pentapeptides ผลจากวิจัยที่สนับสนุนโดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติชี้ว่า pentapeptides สามารถช่วยเพิ่มคอลลาเจนในผิวที่ถูกแดดทำร้ายมา หลายงานวิจัยอื่นๆ รวมทั้งงานวิจัยที่ได้ถูกนำเสนอในงานประชุมแพทย์ผิวหนังครั้งล่าสุดแสดงให้เห้นว่าเมื่อทาเป็นจุดๆ ไป pentapeptides กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยลดเลือนริ้วรอยได้จริง 
หยดสารเคมี

ไปสปา/หาหมอ

  1. โบท็อกซ์ การฉีดสาร Botulinum toxin A บริสุทธิ์จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อใต้ริ้วรอย ทำให้ผิวหนังข้างบนเรียบลื่นไม่มีริ้วรอย
  2. ฟิลเลอร์ แพทย์จะฉีกสารจำพวกคอลลาเจน กรดไฮยารูลอนนิคเข้าไปใจร่องย่น ยี่ห้อที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Restylane, Juvederm, ArteFill และอื่นๆ 
  3. การใช้เลเซอร์ หรือแสง เพื่อลอกผิวหนังชั้นบนสุดทิ้งไปทำให้เกิดแผลที่แทบจะมองไม่เห็น แต่ก็จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้มากขึ้น ทำให้ผิวนุ่มนวลและไร้ริ้วรอย
  4. การใช้สารเคมีลอกผิว ในกรณีนี้ จะมีการใช้สารเคมีหลากหลายเพื่อเผาผิวชั้นบนให้ไหม้เพื่อเร่งให้ผิวสร้างคอลลาเจนเยอะๆ ทำให้ผิวนุ่มนวลและไร้ริ้วรอย
  5. การขัดผิว แพทย์จะใช้เครื่องมือเหมือนเครื่องดูดที่มีคริสตัลสารเคมี การขัดผิวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นบนเพื่อให้ผิวที่ใหม่และอ่อนเยาว์กว่าขึ้นมาแทนที่ ลดริ้วรอยไปโดยปริยาย 
หมอ ตรวจดูบางอย่าง ถือของ

อ้างอิง: WebMD

Facebook Comments